Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

^_^บ้านตะโหมด.คอม^_^

รูปนี้น่ารักจัง..!

โครงการพัฒนานักจัดการความรู้ชุมชนเพื่อการแก้ปัญหาความยากจนและสิ่งแวดล้อม ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง
สภาลานวัดตะโหมด  ตำบลตะโหมด  อำเภอตะโหมด  จังหวัดพัทลุง  เป็นอีกหนึ่งองค์กรชุมชนในสังคมภาคใต้ที่มีความเด่นชัดในด้านการทำงานเพื่อการฟื้นฟูประเพณีวัฒนธรรมชุมชน การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ได้ร่วมมือกับหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษา คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลังสงขลานครินทร์และวิทยาลัยการจัดการทางสังคม  เพื่อการทำงานในการค้นหาแนวทางและนโยบายการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรป่าไม้ของชุมชน  เพื่อส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างชุมชน  สถาบันวิชาการและเยาวชนคนรุ่นใหม่  โดยชุมชนคาดหวังว่า  เมื่อมีการทำงานอย่างเป็นระบบร่วมกับองค์กรการหรือสถาบันการศึกษา จะสามารถพัฒนาแกนนำและขยายผลคนทำงานในชุมชนได้มากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งแกนนำที่เป็นเด็กและเยาวชนซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนต่อไป  นอกจากการพัฒนาแกนนำแล้วสิ่งที่ชุมชนคาดหวังคือ ชุดความรู้ที่จะได้จากชุมชนในเรื่องของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง
การดำเนินโครงการพัฒนานักจัดการความรู้ ชุมชนเพื่อการแก้ปัญหาความยากจนและสิ่งแวดล้อม  หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า เป็นการสร้าง “หลักสูตรท้องถิ่น”  ซึ่งเป็นการทำงานเพื่อต้องการแสวงหาแนวทางการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นที่จะเน้นไปที่การพัฒนานักจัดการความรู้ท้องถิ่น โดยหวังผลให้เกิดบุคลากรของชุมชนในการพัฒนาชุมชนเอง  และที่สำคัญจะต้องตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนในยะยาวอีกด้วย  โดยจะเป็นพัฒนาการทำงานในรูปแบบประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรต่าง ๆ เพื่อตอบสนองต้องความต้องการของชุมชนและความคาดหวังสุดท้ายที่ต้องการให้เกิดคือ “ชุดความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น  ซึ่งสามารถนำไปแปรเป็นการทำงานเพี่อพัฒนาชุมชนและสังคมที่เป็นประโยชน์  สามารถใช้ได้จริงกับชุมชนและขยายสู่ภายนอกชุมชนได้”   ซึ่งในการสร้างหลักสูตรท้องถิ่นในครั้งนี้ได้ศึกษาบริบทชุมชนและแบ่งออกเป็นกลุ่มความรู้ต่าง ๆ มากมาย  แต่ที่นำมาศึกษาเพื่อพัฒนาเป็นหลักสูตรท้องถิ่นแบ่งเป็น 6 ชุดความรู้  ได้แก่เรื่อง  ทรัพยากรป่าไม้    ทรัพยากรน้ำ  รูปแบบของการทำเกษตรกรรมของชุมชน  เรื่องของอาหารและสมุนไพรในท้องถิ่น   เรื่องของวัฒนธรรมประเพณี  และสุดท้ายคือเรื่องของวิถีชีวิตและการทำมาหากิน  ซึ่งเกิดจากความมุ่งหวังเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมโดยฐานจากชุมชนเอง  ไม่ใช่เกิดการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายนอกชุมชนเป็นหลัก 

ในการสร้างหลักสูตรท้องถิ่นของชุมชนตะโหมด  เป็นการทำงานโดยแกนนำชุมชนและเยาวชนในชุมชน จำนวน  50 คน โดยร่วมมือกับนักศึกษาปริญญาโทและอาจารย์จากคณะสิ่งแวดล้อมศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์   ในเบื้องต้นได้แนวทางการสร้างหลักสูตรท้องถิ่น ต่าง ๆ  อาทิ  ในเรื่องของสมุนไพรพื้นบ้าน  ที่นำมาเป็นส่วนประกอบของการทำอาหาร  จนสามารถสร้างเป็นปฏิทินอาหารในรอบระยะเวลา  1  ปี  อย่างเช่น  ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี  เป็นช่วงปลายฤดูฝนเข้าย่างสู่ฤดูหนาว  จะมีพืชผัก  สมุนไพรต่าง ๆ ออกมาค่อนข้างมากและยังเป็นช่วงที่มีปลาชุกชุม  อาหารต่าง ๆ เช่นแกงเลียง  แกงส้มปลาบ้าน  ซึ่งนัยที่แฝงอยู่จากการทำอาหารคือ  เรื่องของการดูแลสุขภาพด้วยตัวเองจากการกินการอยู่  และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนด้วยการหาปลาและพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านออกขายสู่ตลาด  ในขณะที่ช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม  จะเป็นช่วงที่พริกไทยออกผลผลิตก็จะทำการเก็บเกี่ยวและแปรรูปพริกไทยหรือจำหน่ายพริกไทยสด  และในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม  ก็จะเป็นช่วงที่สะเดาจะแตกยอดอ่อน  ก็จะเป็นช่วงที่ชาวบ้านสามารถหาสะเดามาทานและขายเพื่อเพิ่มรายได้  ไม่ใช่เพียงแค่การเก็บหรือหาอาหารรับประทานหรือเพิ่มรายได้เท่านั้น  แต่อีกหนึ่งประโยชน์จากการเข้าหาของป่าก็คือการดูแลรักษาป่าของชุมชน  การสร้างแนวเขตกันไฟ  การดูแลซ่อมแซมหรือปลูกป่าทดแทน  การบำรุงรักษาป่า   การค้นหาสมุนไพรรักษาโรค    นอกจากนี้ในเรื่องของการจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชนก็ยังเป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ  วิถีของการดูแลรักษาน้ำและแหล่งน้ำของชุมชนเป็นการร่วมมือร่วมใจกันระหว่างผู้ใหญ่  เด็ก  และเครือข่ายพระสงฆ์ในชุมชน  มีการอบรมสั่งสอนลูกหลานจากผู้ใหญ่สู่ลูกหลานอย่างต่อเนื่องจนซึมซับเข้าสู่วิธีการคิดและวิถีชีวิตของเด็ก ๆ เยาวชน  ด้วยการเล่าเรื่องและเชื่ออมโยงให้เห็นปัญหาต่าง ๆ อย่างชัดเจน  โดยการหยิบยกเอาประเด็นต่างๆ  ที่เป็นเรื่องจริง อาทิ ปัญหาการขาดแคลนน้ำ  ปัญหาน้ำท่วม  ดินถล่ม  จากทั้งนอกชุมชนและในชุมชนมาประกอบการการเชื่อมโยงคติธรรมความเชื่อของชุมชน  เปรียบเทียบด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  ให้เห็นว่าในทางคติธรรมน้ำมาจากเทวดาซี่งอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า  ส่งลงมาเพื่อความชุ่มชื่นให้มนุษย์โลกมีความสุขและเป็นคนดี   สามารถทำมาหากิน  และมนุษย์โลกก็จะต้องตอบแทนเทวดาด้วยวิธีการต่างๆ เช่น  การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า  การดูแลไม่ตัดต้นไม้  การปลูกต้นไม้  ในขณะที่เชิงวิทยาศาสตร์ก็จะสอนลูกหลานให้เห็นคุณค่าของการดูแลต้นไม้เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ  และช่วยเรื่องของการเป็นตัวกระตุ้นให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล  เป็นต้น

ในการทำงานเพื่อสร้างหลักสูตรท้องถิ่นของชุมชนตำบลตะโหมดได้กำหนดช่วงเวลาไว้ประมาณ  2  ปี  แบ่งการทำงานเป็น 2 ช่วง  ในช่วงแรก  จะเป็นการทำงานในพื้นที่เพื่อหาแนวทางให้ได้มาซึ่งหลักสูตรท้องถิ่น  โดยการกระบวนการฝึกอบรมนักจัดการความรู้  การติดตามประเมินผลและการทดลองใช้หลักสูตรที่ได้รับการพัฒนาแล้ว  ในช่วงที่สองจะเป็นการนำความรู้หรือหลักสูตรท้องถิ่นไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่อื่น ๆ ในภาคใต้และจะมีการติดตามประเมินผล  ท้ายที่สุดเพื่อนำไปสู่การยกระดับและเผยแพร่สู่สังคม โดยผลคาดหวังที่จะต้องการได้ชุดความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการนำไปใช้และสามารถพัฒนาชุมชนท้องถิ่นได้