Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

มารู้จักตะโหมดกันนะ! ประวัติบ้านตะโหมด

ชุมชน "ตะโหมด" เป็นชุมชนที่เก่าแก่ มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ครั้งเมื่อ
สมัยอยุธยาตอนต้น โดยมีหลักฐานจากแหล่งต่างๆดังนี้

1. ตำนานที่เล่ากันมาของผู้เฒ่าผู้แก่ กล่าวถึงเส้นทางค้าขายของชาวอินเดียกซึ่งเดินทางมาจากฝั่งทะเลอันดามัน (อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง) ซึ่งเป็นเมืองท่าที่สำคัญทางชายฝั่งทะเลอันดามัน ข้ามเทือกเขาบรรทัดทางช่องเขาตระผ่านชุมชนตะโหมดบริเวณบ้านเขาหัวช้าง ซึ่งมีลำคลองหัวช้าง (คลองโหล๊ะหนุน) คลองสายนี้ไหลไปรวมกับคลองสายอื่นอีกหลายสายเป็นคลองท่ามะเดื่อไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาบริเวณอำเภอบางแก้ว ซึ่งเส้นทางสายนี้ไปขึ้นที่เมืองสทิงพระหรือสทิงพาราณสี (อำเภอสทิงพระจังหวัดสงขลาในปัจจุบัน) ทางฝั่งอ่าวไทย จากการเดินทางด้วยเส้นทางดังกล่าวก็เกิดมีชุมชนเล็กๆ ขึ้น และพัฒนาเป็นชุมชนบ้านตะโหมดในปัจจุบัน โดยมีร่องรอยทางบโบราณคดี ปรากฎหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้มีท่าวัดเป็นชื่อท่าน้ำของบ้านหัวช้าง และถ้ำพระอยู่บริเวณเขาหัวช้าง ซึ่งเป็นทางผ่านของเส้นทางเดิมนี้ และเส้นทางสายนี้ก็ยังเป็นทางที่ชาวบ้านใช้เป็นเส้นทางเดินป่าล่าสัตว์และหาของป่าจากตะโหมดไปยังฝั่งตะวันตกของเทือกเขาบรรทัดอยู่ถึงปัจจุบันนี้ จากตำนานบอกเล่า และแหล่งวรรณคดีที่ปรากฎน่าจะเชื่อถือได้ว่าตะโหมดเป็นชุมชนที่มีการตั้งถิ่นฐานชุมชนมานานแล้วอย่างน้อยก็น่าจะเป็นช่วงสมัยอยุธยาตอนต้น
2. หลักฐานจากวัตถุโบราณที่ค้นพบ จากหลักฐานที่ปรากฎเชื่อว่าบ้านตะโหมดเป็นชุมชนเก่าแก่มีมาตั้งแต่อยุธยา เช่น พบพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก 20 เซนติเมตร ศิลปะอู่ทอง ขุดพบภายในสระน้ำของวัดเหนือ (ซึ่งปัจจุบันเป็นวัดร้างที่อยู่ทางทิศใต้ของวัดตะโหมดห่างกันไม่มากนัก) และมีวัดถ้ำพระเป็นวัดร้างตั้งอยู่ที่เขาพระ บ้านหัวช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลตะโหมด ซึ่งติดกับเขาหลักไก่ และเขาตีนป่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาปรากฎหลักฐานในเพลาวัดเขียนบางแก้วว่าเป็นวัดหนึ่งขึ้นกับคณะป่าแก้วหัวเมืองพัทลุงบริเวณวัดมีถ้ำแห่งหนึ่งเรียกว่าถ้ำหัวช้าง ปากถ้ำหันไปทางทิศใต้เดิม ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปปันปางไสยาสน์หนึ่งองค์ขนาดยาว 14 เมตร ฐานพระมีรูปช่างปูนปั้นโผล่แปกกฐานเจ็ดเชือก และมีพระพุทธรูปปั้นปางมารวิชัย พระพุทธรูปไม้จำหลักอีกปลายองค์แต่น่าเสียดายพระพุทธรูปเหล่านี้ได้ถูกทำลายไปหมาดแล้ว ราวๆ พ.ศ.2484 นอกจากนั้ได้มีการพบขวานหินขัดหรือขวานหินใช้สำหรับทุบเปลือกไม้เพื่อนำมาทอผ้า โดยพบที่บ้านโหล๊ะจันกระ ตำบลตะโหมด

ประวัติความเป็นมา ของคำว่า "ตะโหมด"

จากข้อมูลคำบอกเล่าสันนิษฐานได้ว่าตะโหมดมาจาก 2 แนวทางคือ
1. มาจากคำว่า "ตระ" ตระเป็นชื่อของช่องเขา ซึ่งเป็นเส้นทางโบราณที่ใช้เดินทางจากอำเภอปะเหลียน เทือกเขาบรรทัดโดยผ่านช่องเขาซึ่งเรียกว่า "ช่องเขาตระแล" และออกสู่ช่องเขาหัวช้าง ตำบลตะโหมด
2. มาจากคำว่า "โต๊ะหมูด" จากคำบอกเล่าของ ท่านผู้เฒ่าว่าผู้ที่เข้ามาตั้งหลักฐานครั้งแรกเป็นคนไทยมุสลิม เพราะปรากฎหลักฐานหลายอย่างที่มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับชื่อของชายไทยมุสลิม เช่น นาปะเจ๊ะ (ที่ตั้งโรงเรียนอนุบาลตะโหมดปัจจุบัน) นาโคกแขกเจ้ย หนองโต๊ะอ่อน หนองโต๊ะโล่ง ห้วยโต๊ะเล็ม โคกสุเหร่า (ที่ตั้งวัดตะโหมดปัจจุบัน) และห้วยทุ่งแขก เป็นต้น คำว่า "ตะโหมด" เรียกเพี้ยนมาจาก"โต๊ะหมูด" ซึ่งเป็นผู้นำชาวไทยมุสลิมคนแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในตะโหมด

****

มารู้จักตะโหมดกันนะ! ลำดับพัฒนาการทางประวัติศาสาตร์***

แม้เมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 การค้าวัวควายกับจังหวัดตรังก็ยังใช้เส้นทางนี้อยู่ ต่อมาเมื่อ ร.ศ. 116 (พ.ศ. 2440) เมื่อมีการปฏิรูปการปกครอง แบ่งเขตการปกครองเมืองพัทลุงเป็น 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภออุดร และอำเภอทักษิณ ตำบลตะโหมดมีฐานะเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอทักษิณ มีหลวงเทพภักดียกกระบัตรเป็นนายอำเภอ ตั้งที่ว่าการที่ “บ้านปากพยูน” ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “อำเภอปากพยูน” จนกระทั่งวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2496 กิ่งอำเภอเขาชัยสนได้ยกฐานะเป็นอำเภอเขาชัยสน ตำบลตะโหมดจึงได้โอนมาขึ้นกับอำเภอเขาชัยสน เนื่องจากตำบลตะโหมดอยู่ห่างจากตัวอำเภอเขาชัยสน ไม่สะดวกต่อการติดต่อราชการ และประชาชนมีจำนวนมากขึ้น บ้านเมืองก็เจริญขึ้น ทางจังหวัดจึงได้เสนอเรื่องขอตั้งกิ่งอำเภอตะโหมดขึ้น โดยให้แยกตำบลตะโหมดออกเป็นตำบลใหม่ 3 ตำบล คือ ตำบลตะโหมด ตำบลแม่ขรี และตำบลคลองใหญ่ เพื่อตั้งเป็นกิ่งอำเภอดังกล่าว ซึ่งต่อมากระทรวงมหาดไทยได้อนุมัติการจัดตั้งโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2520 ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2529 กระทรวงมหาดไทยได้มีพระราชกฤษฎีกา ยกฐานะกิ่งอำเภอตะโหมด เป็น “อำเภอตะโหมด” มีนายเรืองชัย จงสงวน เป็นนายอำเภอคนแรก บุคคลหรือกลุ่มคนที่ได้ก่อตั้งชุมชน และมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องนั้นในยุคแรกไม่ทราบชื่อ บุคคลมาอย่างชัดเจนว่ามีบุคคลหรือกลุ่มคนใด
แต่จากการบอกเล่าของผู้อาวุโสได้ให้ปากคำตรงกันว่าผู้นำชุมชน ที่จำได้ชัดในช่วงแรกซึ่งบอกเล่าสืบต่อกันมาจนกระทั่งปัจจุบันมีดังนี้
	1. จอมแก่
	2. จอมแจ้ง
	3. หลวงชนะสงคราม (เลื่อน)
	4. ขุนนะ หรือกำนันหนูดำ
	5. กำนันดอน  (ขุนตะโหมด)
	6. กำนันภู่
	7. กำนันล้อม	ชนะสิทธิ์
	8. กำนันสวิง	ชนะสิทธิ์  
	9. กำนันสมพร	ชนะสิทธิ์
	10. กำนันเฉลียว    ชนินทยุทธวงศ์  (ชนะสิทธิ์)
	11. กำนันชอบ	      เพชรหนู
	12. กำนันสม	อักษรพันธ์ (คนปัจจุบัน)
มารู้จักตะโหมดกันนะ! 

::ที่ตั้งของชุมชน::

ชุมชนตะโหมด มีพื้นที่ครอบคลุมเขตพื้นที่ของ ตำบลตะโหมด จำนวน 12 หมู่บ้าน มีระยะห่างจากจังหวัดพัทลุง ไปทางทิศใต้ตามเส้นทางถนนสายเพชรเกษม (สายพัทลุง - หาดใหญ่)
ระยะทางประมาณ 39 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 884 กิโลเมตร

::ลักษณะทางภูมิศาสตร์::


ชุมชนตะโหมดตั้งอยู่เชิงเขาบรรทัดทางทิศตะวันออก บริเวณที่ตั้งของชุมชนเป็นที่ราบเหมาะสำหรับการทำนาข้าว รอบนอกออกไปเป็นที่ทำสวน มีลำคลองไหลผ่าน 4 สาย คือ คลองตะโหมด คลองกง คลองกง คลองหัวช้างและคลองโหล๊ะจันกระ ทั้งสองบ้านนี้สันนิษฐานว่าตั้งมาในยุคต้นของชุมชนเช่นกัน เพราะมีหลักฐานที่บ่งบอกถึงอดีต เช่น ถ้ำพระที่บ้านหัวช้าง คลองท่าวัดที่โหล๊ะจันกระ ต่อมามีกลุ่มบ้านเกิดขึ้นในชุมชนอีก เช่น บ้านควนอินนอโม บ้านปลักปอม บ้านคลองนุ้ย บ้านควนและบ้านเหมืองตะกั่ว เป็นต้น พื้นที่ของชุมชนบ้านตะโหมดในปัจจุบัน ตั้งอยู่ในอำเภอตะโหมด ซึ่งพื้นที่ประมาณ 110,405.25 ไร่ (176.65 ตารางกิโลเมตร)

::อาณาเขต::

ทิศเหนือ จด ตำบลแม่ขรี
ทิศใต้ จด เทือกเขาบรรทัด
ทิศตะวันออก จด ตำบลแม่ขรี
ทิศตะวันตก จด เทือกเขาบรรทัด

::การปกครอง::

ชุมชนตะโหมดมีบริเวณครอบคลุมพื้นที่ทั่งหมดปัจจุบัน มีการปกครอง 2 แบบ คือ
1. การปกครองส่วนภูมิภาค แบ่งเป็น 12 หมู่บ้าน ดังนี้.......
หมู่ที่ 1	บ้านทุ่งโพธิ์
หมู่ที่ 2	บ้านหัวช้าง
หมู่ที่ 3 	บ้านตะโหมด
หมู่ที่ 4	บ้านโพธิ์
หมู่ที่ 5 	บ้านคลองนุ้ย
หมู่ที่ 6	บ้านโหล๊ะจันกระ
หมู่ที่ 7	บ้านควนอินนอโม
หมู่ที่ 8	บ้านโหล๊ะเหรียง
หมู่ที่ 9	บ้านป่าพง
หมู่ที่ 10	บ้านทุ่งสบาย
หมู่ที่ 11	บ้านนาส้อง
หมู่ที่ 12	บ้านในโป๊ะ

2. การปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย
1.  เทศบาลตำบลตะโหมด
2.  องค์การบริหารส่วนตำบลตะโหมด

::ประชากร::

ตำบลตะโหมดมีจำนวนประชากรตามที่สำรวจได้ ดังนี้
		ประชากรรวมทั้งสิ้น	8,124  คน
			ชาย	4,019  คน
			หญิง	4,105  คน
ความหนาแน่นของประชากร  45.98  คน /ตารางกิโลเมตร

::การศึกษา::

ชาวบ้านตะโหมดมีความตื่นตัวและให้ความสำคัญต่อการศึกษามาตั้งแต่อดีตจะเห็นได้ว่าในแต่ละครอบครัวมีการส่งเสริมแ ละสนับสนุนให้บุตรหลานได้ศึกษาเล่าเรียนสูงขึ้นอย่างเต็มความสามารถเมื่อจบการศึกษาแล้วบางคนก็ไปประกอบอาชีพ อยู่ในถิ่นอื่นแต่บางคนก็กลับมาประกอบอาชีพอยู่ที่บ้านโดยเฉพาะผู้ที่รับราชการครูสมาชิกของชุมชนกลุ่มนี้มีบทบาทอย่างมาก ต่อการพัฒนาการศึกษาในระยะต่อมา นอกจากนี้แล้ววัดตะโหมดก็ยังจัดให้เยาวชนได้มีการศึกษาหลักธรรมในพระพุทธศาสนา โดยจัดให้มีการเรียนการสอน และการสอบธรรมศึกษาเป็นประจำทุกปี นอกจากนั้นแล้วพระนวกะที่ทำการอุปสมบทที่วัดตะโหมด ก็จะมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้สอบธรรมสนามหลวงทุกรูปเพื่อให้คนเป็นคนที่สมบูรณ์ ชาวตะโหมดส่วนใหญ่จึงได้รับ การศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรมตลอดมา

::การประกอบอาชีพ::

ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร ทำนา และทำสวนเนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้มีทั้งที่ราบเชิงเขา และเนินเตี้ย มีการทำนาเพื่อพอกินในครอบครัวที่มีการทำนาเพื่อขายก็มีบ้างแต่เพียงส่วนน้อย มีการทำสวนผลไม้เกือบทุกครัวเรือน ไม้ผลนิยมปลูก ทุเรียน เงาะ ลองกอง ลางสาด มังคุด สะตอ ฯลฯ และในขณะนี้เริ่มมีการทดลองนำลำใย สละ และส้มโชกุน มาปลูกในพื้นที่แถบนี้ไม้ผลจากตำบลตะโหมดจะมีรสชาติดีเป็นที่นิยมรับประทานของประชาชนภายในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง และยังมีครัวเรือนที่ปลูกพืชไร่ ข้าวโพด มันเทศ แตงกวา ถั่ว เป็นต้น และบางครอบครัวก็มีการเลี้ยงสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหาร เช่น วัว หมู ไก่ และปลา เป็นต้น.

::ลักษณะดิน::

ลักษณะดินของชุมชนตะโหมดบริเวณที่ราบเป็นชุดดินที่ 17 เนื้อดินเป็นดินร่วนเหนียวปนทรายที่น้ำตาล ดินล่างเป็น ดินร่วนปนดินเหนียวมีสีเทามีจุดประสีน้ำตาลอ่อนสีเหลืองหรือสีแดงการระบายน้ำค่อนข้างเร็วความอุดมสมบูรณ์ ของดินค่อนข้างต่ำ มีค่าความเป็นกรดเป็นด่างประมาณ 45 - 55 มีความเหมาะสมในการทำนาข้าว แต่ถ้าในปีใดฝนตกน้อย นาในที่ดอนผลผลิตจะต่ำหลังฤดูเก็บเกี่ยวพื้นที่บริเวณนี้ยังสามารถใช้ปลูกพืชไร่ และพืชผักได้ถ้ามีแหล่งน้ำหรืออยู่ใน เขตชลประทานบริเวณที่ราบเชิงเขาและที่ลาดเขาจะเป็นชุดดินกลุ่มที่ 50 และชุดดินกลุ่มที่ 34 และ 39 ตามลำดับ ซึ่งจะมีลักษณะดินเป้นดินร่วนปนทรายเป็นส่วนใหญ่มีการระบายน้ำค่อนข้างดี พบในเขตที่มีฝนตกชุก ส่วนใหญ่เหมาะสำหรับการปลูกยางพาราและไม้ผล

::ลักษณะภูมิอากาศ::

ลักษณะภูมิประเทศของตะโหมดเป็นลักษณะภูมิอากาศแบบร้อนชื้นโดยมีช่วงกลางวันยาวในฤดูร้อน มีอุณภูมิตลอดปีค่อนข้างสม่ำเสมอ และสามารถแบ่งฤดูกาลได้เพียง 2 ฤดูใหญ่ๆ เท่านั้นคือ
1. ฤดูฝน คือ ช่วงที่ได้รับลมมรสุมระวันออกเฉียงเหนือ และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ โดยเริ่มตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม - เดือนมกราคม เป็นระยะเวลาประมาณ 10 เดือน
2. ฤดูแล้ง หรือ ฤดูมรสุมระวันออกเฉียงใต้ จะเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เดือนเมษายน เป็นเวลา 3 เดือนเดือนมีนาคมจะเป็นช่วงที่ร้อนและแห้งแล้งที่สุดของทุกปี

มารู้จักตะโหมดกันนะ! *******ขอขอบคุณข้อมูลโดย....คุณชื่นกมล ขุนจันทร์ (นักศึกษาราชภัฏภูเก็ต) Thanks! ^_^ *******

สรุปข้อมูลหมู่บ้านที่เข้าข่าย "ยากจน" ในจังหวัดพัทลุงซึ่งอำเภอตะโหมดก็มีนะครับ
ลองคลิกเข้าไปดูนะครับ.!

  • กลับหน้าแรกกลับหน้าแรก