Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

 
 
 มาใช้น้ำโค้กให้เป็นประโยชน์กันเถอะ

มันทำอะไรได้มากกว่าดับกระหายให้ ลองอ่านดู.....
 - ตำรวจทางหลวงจะบรรทุกโค้ก 2 แกลลอนในช่องท้ายรถ
  เพื่อเวลามีรถชนกัน
  สามารถเอาน้ำโค้กล้างเลือดบนถนนได้เกลี้ยงเกลา
  -ถ้าเอา T-bone steak ใส่ในชามกะละมังที่มีน้ำโค้กเต็ม
   จะพบว่าจะถูกละลายไปหมดใน2 วัน
   ริน โค้ก 1 กระป๋องลงในโถส้วม ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วชักโครก
   กรดซิตริกในโค้กจะล้างคราบสกปรกในโถส้วมได้สะอาด
   ถ้าต้องการกัดสนิมที่กันชนชุมโครเมี่ยมของรถ
   ให้เอาที่ขัดที่ทำด้วย foil  ชุบ โค้ก ขัดสนิมจะออกหมด
  - ถ้าจะล้างทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ที่มีคราบกรดเกลือเกาะขาวๆ
    ให้เทน้ำโค้ก  ฟองจะกัดคราบขาวออกได้หมด
  - ถ้าจุดขวดติดแน่น งัดไม่ออก เอาผ้าชุบน้ำโค้กหุ้มไว้หลายๆ นาที
    จะบิดจุดขวดออกได้โดยง่าย
  - ถ้าจะปิ้ง moist ham ให้เทโค้ก 1 กระป๋อง เทลงในกระทะ
    ห่อแฮมด้วยอะลูมิเนียมฟอล์ยแล้วปิ้ง 30 นาที ก่อนแฮมจะสุก แกะฟอล์ยออก
    ปล่อยให้น้ำเนื้อหยดลงไปผสมกับน้ำโค้กในกระทะ
    ท่านจะได้น้ำเกรวี่สีน้ำตาล
  - การล้างคราบไขมันจากเสื้อผ้า ให้ใช้น้ำโค้ก 1 กระป๋อง
    ผสมกับผงซักฟอกในปริมาณที่จะใส่ในเครื่องซัก
    ปล่อยให้ซักด้วยเครื่องตามปกติ
     โค้กจะช่วยกำจัดคราบไขมันได้สะอาดหมดจด
  - ท่านสามารถผสมโค้ก ลงในน้ำล้างกระจกรถยนต์ ฟอสฟอริคแอซิดในโค้ก
    จะช่วยทำความสะอาดกระจกได้ดี
  - น้ำโค้กมี pH 2.8 ถ้าตัดเล็บแช่ในน้ำโค้ก 4 วัน จะละลายหมด
  - เวลาขนย้ายน้ำโค้กเข้มข้นเพื่อส่งตามโรงงานทั่วโลก ที่รถ truck 
    จะต้องติดป้ายไว้ว่า “มีวัตถุที่มีกรดกัดกร่อนได้ เป็นอันตราย”
  - บริษัทขายน้ำโค้ก ใช้น้ำโค้กทำความสะอาดเครื่องยนต์ของรถ truck
    มานานประมาณ 20 ปีแล้ว
 
     ....เป็นไงเพื่อนๆ น้องๆ ถ้ารู้เรื่องแบบนี้แล้ว ท่านอาจจะดื่มน้ำมากขึ้น
  เพราะน้ำเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย 75% ของคนอเมริกันขาดน้ำ
  ถ้าคิดทั้งโลกจะมีประชากรโลกขาดน้ำถึงครึ่งหนึ่ง 73%
  ของคนอเมริกันมีกลไกที่ทำให้ความรู้สึกหิวน้ำทำงานช้าลง
  จึงทำให้ไม่รู้สึกหิวน้ำทั้งที่ร่างกายขาดน้ำ
  ซึ่งจะเป็นผลทำให้อัตราการเผาผลาญของร่างกายลดลงได้ประมาณ 3%
  และเป็นเหตุให้รู้สึกอ่อนเพลียในช่วงกลางวัน มีงานวิจัยพบว่า ในคน 100  คน
  ที่ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว จะช่วยให้คน 80 คน ลดอาการปวดหลัง ปวดข้อ  ลงได้
  ดื่มน้ำวันละ 5 แก้ว ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ได้ถึง  45 %
  มะเร็งเต้านมได้ 79% และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้เกือบ 50%
 
 .... เอาหล่ะ คราวนี้ ท่านยังอยากดื่ม โค้ก หรือดื่มน้ำกัน เลือกเอาเอง...!
  แปลโดย ศ.กิตติคุณ นพ.เสก อักษรานุเคราะห์
  โดย ชื่อผู้แต่ง ANDREA L. GIDSON หน่วยงาน : ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
 
ผลกระทบและอันตรายอันเกิดจากการใช้โทรศัพท์มือถือ
โทรศัพท์มือถือกับการเกิดโรคมะเร็งจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนที่บ่งบอกว่าเป็นสาเหตุของ มะเร็งในสมอง จาการศึกษาของหลายสถาบันของโลก เช่น สถาบันมะเร็งแห่งชาติของอเมริกา และ American Health Foundation และนักวิจัยในประเทศเดนมาร์กได้ศึกษาพบว่าโทรศัพท์มือถือ ไม่ได้เพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งในสมอง และนักวิทยาศาสตร์หลายประเทศได้รายงานผลของคลื่นแม่เหล็ก ไฟฟ้าในสัตว์ทดลอง และในเนื้อเยื่อในห้องทดลองทำให้เซลล์แบ่งตัวเร็วผิดปกติ องค์การวิจัยมะเร็ง นานาชาติ (International for Research on Cancer IARC,WHO) เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือ กับการเกิดโรคมะเร็งในคน โดย IARC ได้ทำการรวบรวม ผลการศึกษาวิจัยที่มีอยู่ในประเทศออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมันนี อิสราเอล อิตาลี นิวซีแลนด์ สวีเดน และอังกฤษ ซึ่งประเทศเหล่านี้มีการใช้ โทรศัพท์มือถือมาเป็นเวลานาน สรุปผลว่าในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐาน ที่ชี้ให้เห็นว่าการใช้โทรศัพท์มือถือ เป็นสาเหตุการเกิดโรคมะเร็งในคน แต่เนื่องจากการใช้โทรศัพท์มือถือมีมากขึ้นในประชาการของประเทศ ต่างๆทั่วโลก และมีความวิตกกังวลของประชาชน เพื่อให้มีการศึกษาให้แน่ชัดขึ้นจึงได้ทำการศึกษาว่าการ ใช้โทรศัพท์มือถือจะทำให้เกิดโรคมะเร็งของสมอง ,Parotid Gland (ต่อมน้ำลายในแก้ม และ Acoustic nerve (เส้นประสาทจากหูไปยังสมอง) ในคนหรือไม่ ซึ่งเริ่มทำการศึกษาในปี พ.ศ.2542 และจะทราบผล การศึกษาในปี พ.ศ.2546 หรือ 2547ข้อแนะนำเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือ แม้ว่ายังไม่มีหลักฐานแน่ชัด เกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือให้เกิดมะเร็ง แต่ประชาชนก็ควรระวังดังนี้... -อย่าใช้โทรศัพท์มือถือนานๆ ควรใช้เฉพาะที่จำเป็น - ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือในรถยนต์หรือขณะขับรถ - เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือ (สถาบันมะเร็งแห่งชาติเอิ้อเฟื้อข้อมูล )...

เชิญฟังเพลงจาก website ครับ! ~-~
"ฟังเพลง...online"
กลับหน้าแรกกลับหน้าแรก